หน้าหลัก

ประวัติความเป็นมา และ ลักษณะภูมิอากาศ

ขนบธรรมเนียมประเพณี

งานหัตถกรรมพื้นบ้าน

เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง

สถานที่ท่องเที่ยว

พื้นที่ปลอดอุปสรรค

อาหารและเครื่องดื่ม

งานเทศกาล

แผนที่

ข้อมูลการเดินทาง

ที่พัก (ภาษาอังกฤษ)

HIDA TAKAYAMA

 

สถานที่ท่องเที่ยว (หมายเลขด้านล่างจะสัมพันธ์กับหมายเลขบนแผนที่)

  1 บ้านโบราณ 21 สวนป่าแห่งงานเทศกาลฮิดะ ทาคายามะ และสวนป่าแห่งพิธีชงชา
  2 อาคารสำนักงานว่าการเมืองโบราณ 22 ป่าแห่งกระรอก ทุ่งกว้าง และดอกไม้ภูเขา
  3 ตลาดเช้า 23 หมู่บ้านบ่อน้ำพุร้อน โอคุฮิดะ
  4 โชเรนจิ – หออนุสรณ์รำลึก ด็อกเตอร์ ฟุคุระอิ 24 เทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นตอนเหนือ และกระเช้าขึ้นเขาชินโฮทากะ
  5 พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมพื้นบ้านคุสะคาเบะ 25 อุทยานหมีโอคุ ฮิดะ
  6 บ้านโบราณโยชิจิมะ 26 น้ำตกฮิรายุ
  7 ศูนย์จัดแสดงดะชิ (รถที่ตกแต่งเพื่อใช้ในงานเทศกาล) 27 ถ้ำหินปูนแห่งฮิดะ
  8 บริเวณรอบวัดฮิงาชิยามะ – เส้นทางเดินท่องเที่ยวฮิงาชิยามะ 28 ภูเขาโนริคุระ และเส้นทางขึ้นเขาโนริคุระ
  9 พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์พื้นเมืองทาคายามะ 29 ที่ราบสูงโกะชิคิกะฮาระ
10 วัดฮิดะ โคคุบุนจิ 30 สวนดอกคอสมอสแห่งโฮโนคิ-ไดระ
11 หอนิทรรศการชิชิ 31 น้ำตกสี่สิบแปดชั้นอุทสึเอะ
12 พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านฮิราตะ 32 วัดอังโคะคุจิ
13 พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ฮิดะ 33 น้ำตกโอคุระ
14 พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านฟูจิอิ 34 สวนดอกลาเวนเดอร์ ฮิดะ คิโยมิ
15 อาคารอนุสรณ์เมืองทาคายามะ 35 ต้นซากุระโชคาวะ
16 หอแสดงเครื่องเขินฮิดะ-ทาคายามะ ชุนเค 36 ต้นซากุระกะริว
17 พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งฮิดะ ทาคายามะ 37 ซากปรักหักพังโดโนโซระ (ซากปรักหักพังสมัยโจมง)
18 บ้านเท็ดดี้แบร์ อีโค วิลเลจ แห่งฮิดะ-ทาคายามะ 38 สวนดอกทานตะวันแห่งอาร์โคเปีย
19 ป่าแห่งเทพนำโชคทั้งเจ็ด 39 ป่าน้ำแข็ง
20 หมู่บ้านพื้นเมืองฮิดะ 40 เส้นทางโนมุงิ

 

 

 1 บ้านโบราณ (พื้นที่โบราณสถานที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งชาติ)
หมู่บ้านโบราณตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำมิยากาวะ ซึ่งไหลผ่านเมืองทาคายามะ และใจกลางของหมู่บ้านนี้ คือ ซันมาจิ บ้านโบราณสมัยเอโดะที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ด้วยบรรยากาศที่ยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายของเมืองแห่งปราสาท คุณสามารถชมโรงกลั่นเหล้าสาเกญี่ปุ่น และภาพทิวทัศน์ของหน้าต่างไม้ระแนงบ้านที่เรียงต่อกันเป็นแนวยาวของบรรดาบ้านเรือนของเหล่าพ่อค้าได้ ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศขึ้นทะเบียนสถานที่แห่งนี้ให้เป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญอีกแห่งหนึ่ง

 

 

 2 อาคารสำนักงานว่าการเมืองโบราณ (โบราณสถานแห่งชาติ)
หนึ่งในที่พำนักของเจ้าเมืองคานาโมริ แห่งปราสาททาคายามะ หลังจากหมดยุคปกครองโดยคานาโมริคฤหาสน์นี้ก็ตกอยู่ภายใต้การปกครองโดยตรงของโชกุนโทคุงาวะ ซึ่งผู้ปกครองจังหวัดและเขตได้ใช้เป็นอาคารสำนักงานว่าการเมืองฮิดะ อาคารนี้มีชื่อเรียกว่า ทาคายามะ จินยะ เป็นที่ออกประกาศของทางราชการ และเก็บภาษีต่างๆ เมื่อเข้าสู่ยุคเมจิ จึงถูกเปลี่ยนมาเป็นสำนักงานประจำพื้นที่ของจังหวัด เขต และสำนักงานย่อยของพื้นที่ ทาคายามะ จินยะ เป็นอาคารสำนักงานว่าการเมืองโบราณเพียงแห่งเดียวที่ยังคงหลงเหลือมาจนถึงทุกวันนี้

 

 

 3 ตลาดเช้า
ตลาดแห่งนี้ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่สมัยเอโดะ (ประมาณ 200 ปีก่อน) เพื่อเป็นตลาดซื้อขายข้าว, ต้นหม่อน, และดอกไม้นานาชนิด จนกระทั่งเข้าสู่กลางสมัยเมจิ (ประมาณ 100 ปีก่อน) ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น เมื่อบรรดาภรรยาของชาวไร่ชาวนาได้เริ่มนำผักผลไม้มาขายที่ตลาดแห่งนี้ จนเป็นที่รู้จักในนามของ “ตลาดเช้า” ตลาดเช้านี้มีอยู่สองแห่ง คือ ตลาดเช้าจินยะมาเอะ และตลาดเช้ามิยางาวะ คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับการจับจ่าย ผักผลไม้สด ดอกไม้ และอื่นๆ อีกมากมายที่ตลาดแห่งนี้ได้ตลอดทั้งปี (ฤดูร้อน: 6 โมงเช้า ถึงเที่ยง, ฤดูหนาว: 7 โมงเช้า ถึงเที่ยง)

 

 

 4 โชเรนจิ – หออนุสรณ์รำลึก ดร. ฟุคุระอิ
ถัดจาก ชิราคาวะโกที่มีชื่อในเรื่องบ้านที่มีชายคาชันลาดเอียง จะเป็นฝั่งปราสาททาคายามะ โชเรนจิ ที่ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นวัดของนิกายโจโด ชินชูที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น เชื่อกันว่าอาคารหลักได้ถูกสร้างขึ้นในสมัยเอโช (ประมาณ 500 ปีก่อน) ด้วยต้นสนขนาดมหึมาเพียงต้นเดียว หลังคาโค้งมนอ่อนช้อยเป็นจุดเด่นของความงามของสถาปัตยกรรมแห่งมุโรมาจิ ในขณะเดียวกันคุณก็สามารถเข้าเยี่ยมชม หออนุสรณ์รำลึก ดร. ฟุคุระอิ ที่ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่ ดร.ฟุคุระอิ นักจิตวิทยาและผู้เชี่ยวชาญเรื่องการทรงเจ้าที่อยู่บริเวณใกล้เคียงได้ด้วยเช่นกัน

 

 

 5 พิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมพื้นบ้านคุสะคาเบะ (มรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติ)
สร้างขึ้นเมื่อปีเมจิที่ 12 (ปี 1879) บ้านที่มีชายคาต่ำ ลึก ดูน่าเกรงขามนี้ เป็นบ้านที่มีลักษณะเหมาะสมที่สุดสำหรับบ้านในเมืองที่หนาวเหน็บนี้ บ้านของพ่อค้าในยุคเก่า ที่ก่อสร้างให้มีความแข็งแรงทนทาน มีชายคาบ้านเกยกันเป็นแนวยาว เป็นบ้านแห่งแรกที่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติ เช่นเดียวกับบ้านโยชิจิมะ ซึ่งตั้งอยู่ติดกัน ด้วยการตั้งคานไม้อย่างลงตัว และความงามของพื้นที่เปิดโล่งเผยให้เห็นถึงพื้นดิน เป็นการสร้างที่บ่งบอกถึงความเป็นบ้านพื้นเมืองได้อย่างแท้จริง

 

 

 6 บ้านโบราณโยชิจิมะ (มรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติ)
บ้านหลังนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปีเมจิที่ 41 (ปี 1908) ในอดีตเคยใช้เป็นโรงกลั่นเหล้าสาเกมาก่อน จึงยังมีป้ายซาคาบะยาชิ (ป้ายหน้าร้านของร้านเหล้า ที่ทำขึ้นมาจากไม้สนซีดาร์) ขนาดมหึมาแขวนอยู่ใต้ชายคาบ้าน ความงามของเนื้อไม้ยามเมื่อต้องแสงอาทิตย์ที่ส่องลอดผ่านมาทางหน้าต่างด้านบน บรรดาเสาไม้ และบานประตู รวมถึงตัวบันไดที่ตั้งอยู่บนเสากลางบ้าน ทั้งคาน และเสา จะส่องประกายงดงามวิจิตรตระการตา เมื่อเทียบกับการออกแบบที่ดุดันของบ้านคุสะคาเบะแล้ว บ้านโยชิจิมะนั้นถูกออกแบบให้มีความอ่อนหวานแบบหญิงสาว ซึ่งมีความประณีตงดงามในทุกรายละเอียด

 

 

 7 ศูนย์จัดแสดงดะชิ (รถที่ตกแต่งเพื่อใช้ในงานเทศกาล)
ศูนย์จัดแสดงรถดะชิ ตั้งอยู่ในซากุระยามะฮาจิมัง เป็นที่จัดเก็บรถดะชิที่ใช้ในงานเทศกาลฤดูใบไม้ร่วงทั้ง 11 คัน ทุกปีจะมีการสลับสับเปลี่ยนรถดะชิที่จัดแสดงทั้ง 4 คัน 3 ครั้งต่อปี (มีนาคม,กรกฎาคม และพฤศจิกายน) ในขบวนแห่เหล่ามิโกะ (หญิงสาวที่ทำงานในศาลเจ้า)จะทำหน้าที่นำเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยว

 

 

 8 บริเวณรอบวัดฮิงาชิยามะ – เส้นทางเดินท่องเที่ยวฮิงาชิยามะ
เมื่อคุณเดินขึ้นไปจนสุดถนนยาสึงาวะ คุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศอันแสนสงบของบริเวณรอบวัดฮิงะชิยามะ กล่าวกันว่าเจ้าเมืองคานาโมริ นางาจิคะ ผู้ที่ชื่มชอบเมืองเกียวโตเป็นพิเศษ ได้เริ่มสร้างเมืองแห่งปราสาทแห่งนี้ขึ้น เขาได้สร้างวัดมากมายในพื้นที่ทางตะวันออกของเมืองที่เต็มไปด้วยเนินเขาเตี้ยๆนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่วัดวาอารามเก่าแก่เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเหล่ามรดกทางวัฒนธรรมของจังหวัดทั้งหลายอีกด้วย เส้นทางเดินฮิงาชิยามะนั้น มีความยาวทั้งหมด 3.5 กิโลเมตร ตั้งแต่บริเวณรอบวัดฮิงาชิยามะยาวไปจนถึงสวนสาธารณะชิโรยามะ

 

 

 9 พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์พื้นเมืองทาคายามะ
เป็นเวลาหลายศตวรรษที่ชาวเมืองทาคายามะแห่งนี้ ได้สร้างวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์อันงดงาม และซับซ้อน ผสมผสานไปกับวัฒนธรรมของเกียวโต และเอโดะ เพื่อที่จะอนุรักษ์วัฒนธรรมอันดีงามเหล่านี้ โดโซ(โกดังเก็บของ)เก่าแก่ ได้ถูกเปลี่ยนโฉมมาเป็นพิพิธภัณฑ์ เพื่อให้ข้อมูลทางด้านประวัติศาตร์ และจัดแสดงสิ่งของเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆที่บ่งบอกถึงความมีเอกลักษณ์ของชาวเมืองทาคายามะแห่งนี้

 

 

10 วัดฮิดะ โคคุบุนจิ (โบราณสถานและมรดกทางวัฒนธรรมแห่งชาติ)
กล่าวกันว่าต้นแปะก๊วยอายุกว่า 1,200 ปี เจดีย์สามชั้น รวมถึงอาคารทรงระฆัง ที่ตั้งอยู่ในเขตวัดนั้น ถูกย้ายมาจากปราสาททาคายามะ และเสาหลักของเจดีย์นั้นก็ถูกสร้างมาตั้งแต่ 1,200 ปีก่อน อาคารหลักของวัดเป็นสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองทาคายามะ สร้างขึ้นในยุคมุโรมาจิ (ประมาณ 500 ปีก่อน) วัดแห่งนี้มีคุณค่าคู่ควรแก่การเป็นวัดโบราณที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งเมืองฮิดะ

 

 

11 หอนิทรรศการชิชิ
หอนิทรรศการชิชิจัดแสดงผลงานที่มีความสำคัญด้านวัฒนธรรมพื้นบ้านกว่า 800 ชิ้น โดยรวบรวมจากพื้นที่ต่างๆ ทั่วญี่ปุ่น อาทิเช่น หัวสิงโตเชิด นอกจากนี้ยังจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันจากหมู่บ้านชนบท ตลอดจนงานฝีมือชั้นยอด และท่านยังสามารถชมการแสดงหุ่นกระบอก “คาราคุริ”ได้ที่มุมการแสดงอีกด้วย

 

 

12 พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านฮิราตะ
ผ้าม่านติดประตูย้อมสีติดชื่อการค้า “อุทสึโบยะ”นี้ บอกเล่าถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของบ้านตระกูลฮิราตะหลังนี้ ที่แห่งนี้เป็นร้านค้าเก่าแก่ของเมืองทาคายามะโดยดำเนินธุรกิจค้าขายสืบต่อกันมากว่า 10 รุ่น ภายในพิพิธภัณฑ์ท่านสามารถชมความเป็นมาของร้านค้าเก่าแก่แห่งนี้พร้อมทั้งชมเครื่องใช้ในครัวเรือนที่มีมาแต่ดั้งเดิมและชมผลงานศิลปะที่สะสมมานานหลายปี

 

 

13 พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ฮิดะ
สถานที่แห่งนี้เคยเป็นบ้านพักของแพทย์ประจำตัว “ไดเมียว” หรือเจ้าเมืองตระกูลคานะโมริผู้เป็นเจ้าของปราสาททาคายามะ ภายในบ้านพักแบบซามูไรซึ่งสร้างในสมัยสงครามกลางเมือง (ประมาณศตวรรษที่ 16) หลังนี้ท่านจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับกลไกต่างๆในบ้าน อาทิเช่น ฝ้าเพดานที่มีช่องเปิดปิดเข้าไปซ่อนตัวได้ ประตูกล และอุโมงค์ใต้ดินที่เชื่อมต่อออกไปถึงบ่อน้ำ นอกจากนี้ยังมีงานฝีมืองานศิลปะโบราณอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์จัดแสดงให้ชมอีกด้วย

 

 

14 พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านฟูจิอิ
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างด้วยไม้สนญี่ปุ่นทั้งหลัง มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบเอโดะ-มันริว ภายในมีการจัดแสดง ผลงานศิลปะอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และงานฝีมือชั้นเยี่ยมกว่า 2,500 ชิ้นที่สะสมโดยนายแพทย์ฟูจิอิชาวเมือง ทาคายามะ สิ่งน่าสนใจเป็นพิเศษคือ บรรดาตุ๊กตาฮินะ (ซึ่งใช้ในขบวนแห่เทศกาลตุ๊กตา )อายุกว่า 270 ปี ซึ่งเรียกกันว่า เคียวโฮ ฮินะ (ต้นศตวรรษที่ 18) และภาพวาดบนกระดาษม้วนโดยศิลปินที่มีชื่อเสียงอาทิ ไทคัน โยโคะยามะ และ พระอิคคิว

 

 

15 อาคารอนุสรณ์เมืองทาคายามะ
จากอาคารหลังนี้ท่านสามารถชมทัศนียภาพกลุ่มบ้านเรือนโบราณในย่านต่างๆได้ (ย่านอิจิโนะมะจิ ย่านนิโนะมะจิ และย่านซันโนมะจิ) อาคารแห่งนี้เคยเป็นที่ว่าการอำเภอและศาลากลางจังหวัดตั้งแต่ปีค.ศ.1895 ถึง ค.ศ.1968 (ปีเมจิที่ 28 ถึง ปีโชวะที่ 43) ไม้ที่สร้างอาคารเป็นไม้สนญี่ปุ่นอย่างดี ภายในอาคารมีการใช้ประตูเลื่อนกระจกเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีอายุเก่าแก่ตั้งแต่สมัยที่เมืองทาคายามะเริ่มมีการใช้กระจก

 

 

16 หอแสดงเครื่องเขินฮิดะ-ทาคายามะ ชุนเค
ที่หอแสดงแห่งนี้เป็นที่รวมผลงานเครื่องเขินชุนเคซึ่งมีสีอ่อนบางอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องเขินดั้งเดิมของฮิดะ-ทาคายามะ ผลงานมากกว่า 1,000 ชิ้นนี้แต่ละชิ้นล้วนวิจิตรบรรจงงดงาม งานเหล่านี้เคลือบและขัดเงาด้วยน้ำยาเคลือบบางใสที่เรียกว่า “ซุเคอุรุชิ” ซึ่งใช้กันมาตั้งแต่สมัยเอโดะ, เมจิ, ไทโช, และสมัยโชวะ เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ท่านยังสามารถลองสรรค์สร้างชิ้นงานชุนเคด้วยตัวเองได้อีกด้วย

 

 

17 พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งฮิดะทาคายามะ
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รวบรวมคอลเลคชั่นงานแก้วและศิลปะสมัยใหม่ (อาร์ท นูโว)ที่มีกลิ่นอายของยุโรป จุดเด่นของที่นี่ก็คือ น้ำพุแก้วแห่งชองป์เซลีเซส์ (glass water fountain of the Champs-Elysee) ทุกอย่างของที่น่าดึงดูดใจไปเสียหมด ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟในบรรยากาศสบายๆ และร้านขายงานศิลป์ต้นฉบับ ยิ่งไปกว่านั้นแล้วที่นี่ยังเป็นจุดที่เยี่ยมที่สุดในการชมทัศนียภาพของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นตอนเหนือนี้

 

 

18 บ้านเท็ดดี้แบร์ อีโค วิลเลจ แห่งฮิดะ-ทาคายามะ
ที่บ้านเท็ดดี้แบร์แห่งนี้เป็นสถานที่อันน่าโปรดปรานสำหรับผู้มาเยือนทุกวัย ตัวอาคารนั้นปรับปรุงมาจากบ้านเก่าแก่อายุกว่า 140 ปี โดยตกแต่งให้เป็นบ้านแบบอีโคหรือระบบรักษ์นิเวศ ลักษณะบ้านเป็นแบบ “กัชโชซึคุริ” มีหลังคาลาดชันมุงด้วยฟางมัดติดกัน ภายในมีตุ๊กตาหมีที่รวบรวมมาจากทั่วโลกกว่า 1,000 ตัว

 

 

19 ป่าแห่งเทพนำโชคทั้งเจ็ด
ยามเมื่อมาเยือนที่ป่าแห่งนี้ท่านจะได้พบกับรูปแกะสลักองค์เทพเจ้าทั้ง 7 องค์ตั้งอยู่ภายในยุ้งฉางเก็บข้าวที่สร้างตั้งแต่สมัยเอโดะ และในป่ากว้าง 7,000 ตารางเมตรแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าชื่อ “ชินเซ็นกุ” ภายในศาลเจ้าอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ยังมีบ่อน้ำพุซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม “น้ำพุแห่งโชคลาภและความอุดมสมบูรณ์” มีการนำน้ำจากที่นี่ไปบูชาเทพนำโชคทั้งเจ็ดแต่ละองค์ด้วย คำว่า “ชินเซ็น” หมายถึง “น้ำพุแห่งเทพ” กล่าวกันว่าน้ำพุไหลออกจากตาน้ำในวันที่1,700 หลังอัญเชิญเทพให้มาสถิตย์ที่นี่

 

 

20 หมู่บ้านพื้นเมืองฮิดะ
บ้านหลังคาจั่วมุงจากมากกว่า 30 หลัง ที่กินอาณาบริเวณกว่า 99,000 ตารางเมตร คือหมู่บ้านพื้นเมืองจำลอง (สมบัติทางวัฒนธรรมแห่งชาติ) ทำให้เมืองฮิดะโบราณฟื้นคืนกลับมาอีกครั้ง ในบ้านทุกหลัง จะมีการจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน (ศิลปะพื้นบ้านในปัจจุบัน) เพื่อแสดงให้เห็นถึงวิถีการดำเนินชีวิตและวัฒนธรรมของหมู่บ้านกสิกรรมในหุบเขานี้ ที่ศูนย์รวมงานศิลปะและงานหัตถกรรม จะมีการสาธิตการทำงานหัตถกรรมพื้นบ้าน เช่น งานไม้เคลือบเงาฮิดะ, การทอและย้อมผ้า นอกจากนี้ที่โรงเรียนศิลปะพื้นบ้าน คุณก็สามารถทดลองทำงานศิลปะพื้นบ้านฮิดะได้ เช่น งานประดิษฐ์จากฟาง และ ผ้าคลุมเตียงแบบซาชิโกะ

 

 

21 สวนป่าแห่งงานเทศกาลฮิดะ ทาคายามะ และสวนป่าแห่งพิธีชงชา
เป็นสถาปัตยกรรมใต้ดินแห่งแรกของญี่ปุ่น เป็นที่เก็บรักษาศาลเจ้าที่ใช้ในงานเทศกาล ซึ่งสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปีเฮเซที่ 3 (ปี 1991) และกลองที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใกล้กันนั้นเป็นดั่งป่ารีสอร์ทธรรมชาติที่คุณสามารถเพลิดเพลินไปกับเหล่าผีเสื้อพันธุ์แปลกหายาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผีเสื้อพันธุ์ กิฟุโจ (ชื่อทางสัตววิทยา: Luehdorfia japonica) และฟอสซิลที่รวบรวมมาจากทั่วโลก และอิ่มเอมใจไปกับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ สวนป่าแห่งพิธีชงชา ที่พึ่งก่อสร้างขึ้นจัดแสดงผลงานชั้นเยี่ยมของผู้ที่เปรียบเสมือนผู้พิทักษ์รักษาสมบัติทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ซึ่งเปรียบได้กับ “มรดกแห่งชาติที่มีชีวิต” นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงงานของช่างปั้นหม้อและศิลปินที่มีผลงานทางศิลปะมากมาย คุณสามารถลองนำงานวิจิตรศิลป์เหล่านั้นมาใช้ในการดื่มชาได้ด้วย

 

 

22 ป่าแห่งกระรอก ทุ่งกว้าง และดอกไม้ภูเขา
เมื่อมาถึงที่นี่ท่านจะได้ชมสัตว์ต่างๆมากมาย อาทิ กระรอกฮ็อกไคโด (เอโสะ ริซึ) และกระแต ท่านจะได้เดินชมธรรมชาติแสนงาม บนภูเขาแห่งนี้อย่างเพลิดเพลินใจ

 

 

23 หมู่บ้านบ่อน้ำพุร้อน โอคุฮิดะ
หมู่บ้านบ่อน้ำพุร้อน โอคุฮิดะ เป็นชื่อเรียกของรีสอร์ทบ่อน้ำพุร้อนทั้งห้าแห่งที่ตั้งอยู่กระจัดกระจายกัน ด้านล่างของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นตอนเหนือคือ บ่อน้ำพุร้อนชินโฮทากะ ซึ่งแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ บ่อน้ำพุร้อนโทฉิโอะ ซึ่งปรียบเหมือนบ่อน้ำพุร้อนหลักของหมู่บ้านนี้ ให้บรรยากาศอบอุ่น สบายราวกับอยู่บ้าน ใจกลางของโอคุฮิดะ เป็นที่ตั้งของบ่อน้ำพุร้อนชินฮิรายุ ที่เต็มไปด้วยน้ำพุร้อนที่ผุดขึ้นมาทั่วบริเวณ ในขณะที่บ่อน้ำพุร้อนฟุคุอิ จะให้บรรยากาศแบบยุคโบราณ ซึ่ง ณ บ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ อัดแน่นไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน จึงเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่น่าดึงดูด เย้ายวนใจ รอบบริเวณหมู่บ้านบ่อน้ำพุร้อนนี้ คุณสามารถรู้สึกได้ถึงอากาศที่บริสุทธิ์ผ่านทางผิวของคุณ ฟังเสียงแม่น้ำไหลบ่า เหยียดแขนขาแช่ตัวในบ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้ง คุณจะได้รู้สึกถึงการพักผ่อนอย่างแท้จริง

 

 

24 เทือกเขาแอลป์ญี่ปุุ่นตอนเหนือ และกระเช้าขึ้นเขาชินโฮทากะ
จุดพักชมวิวที่ใกล้ เขายาริงะทะเกะ(ความสูง 3,190 เมตร) และเขาโฮทากะที่สุด สามารถเข้าถึงได้โดยกระเช้ากอนโดลาสองชั้นแห่งแรกของญี่ปุ่น ซึ่งจะนำท่านขึ้นไปสู่ความสูงเหนือเมฆที่ระดับ 2,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ที่นี่คุณสามารถอิ่มเอมไปกับทัศนียภาพแห่งเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นตอนเหนือนี้ได้

 

 

25 อุทยานหมีโอคุ ฮิดะ
ท่านสามารถเพลิดเพลินไปกับการแสดง“หมีแสนรู้”ของเหล่าหมีดำเอเชียซึ่งเป็นการแสดงอันน่าประทับใจยิ่ง และท่านยังสามารถทดลองให้อาหารหมีที่น่าเอ็นดูเหล่านี้พร้อมกับสนุกสนานไปกับท่าทางที่น่าเอ็นดูยามที่เหล่าหมีพยายามเรียกร้องขออาหาร

 

 

26 น้ำตกฮิรายุ
น้ำตกฮิรายุนั้นถือว่าเป็นไฮไลท์ของเมืองฮิดะ และด้วยความสูงถึง 64 เมตรทำให้ที่นี่ติดอันดับ 1 ใน 100 ของน้ำตกสูงของประเทศญี่ปุ่น และเป็น 1 ใน 3 ของน้ำตกสูงของเมืองฮิดะอีกด้วย ในช่วงฤดูหนาว น้ำที่ไหลตกลงมาจะกลายเป็นน้ำแข็งแท่งยาวขนาดใหญ่มหึมา ซึ่งจะมีการส่องแสงไฟสีฟ้าไปยังผาน้ำแข็งฮิรายุนี้ในช่วงเทศกาลน้ำแข็งด้วย

 

 

 

27 ถ้ำหินปูนแห่งฮิดะ
จากสายน้ำตกอันงดงาม เมื่อเดินลัดเลาะเข้าสู่พื้นที่ใต้ดิน ก็จะพบถ้ำหินปูนอันวิจิตรตระการตา ทอดตัวยาวสงบนิ่งด้วยความยาวกว่า 800 เมตร ภายในถ้ำแห่งนี้ ยังประกอบไปด้วยหินคดหรือหินเกลียว (หินปูนที่มีรูปร่างบิดเป็นเกลียวงอกออกมาจากผนัง, พื้นถ้ำ หรือจากหินงอกหินย้อย ซึ่งเกิดจากการระเหยของสายน้ำที่ไหลหยดช้าๆ แล้วตกผลึกเป็นตะกอน) ซึ่งในญี่ปุ่นสามารถหาชมได้ที่นี่เพียงแห่งเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์โอฮาชิที่ตั้งอยู่ติดกันนั้น ยังเป็นสถานที่จัดแสดงงานศิลป์ งานหัตถกรรม เครื่องประดับ และอื่นๆอีกมากมายรวมกว่า 1,000 ชิ้น

 

 

28 ภูเขาโนริคุระ และเส้นทางขึ้นเขาโนริคุระ
บนเขาสูงแห่งนี้ประกอบไปด้วย สันเขา 23 แห่ง ทะเลสาบ 7 แห่ง และทุ่งหญ้าอีก 8 แห่ง จุดสูงสุดของที่นี่คือ ยอดเขาเคนงะมิเนะ ด้วยความสูง 3,026 เมตรจากระดับน้ำทะเล คุณสามารถท่องเที่ยวขึ้นภูเขาไปตามเส้นทางขึ้นเขาโนริคุระ ซึ่งเป็นถนนขึ้นเขาที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นด้วยความสูง 2,700 เมตร

 

 

29 ที่ราบสูงโกะชิคิกะฮาระ
คุณสามารถเข้าร่วมกลุ่มทัวร์(ต้องจองล่วงหน้า) เพื่อขึ้นไปยังที่ราบสูงโกะชิคิกะฮาระแห่งนี้ ที่ซึ่งยังคงเป็นพื้นที่ป่าดงดิบอันอุดมสมบูรณ์ โดยมีไกด์เป็นผู้นำทางคุณเข้าสู่ผืนป่าพร้อมกับแนะนำพืชพันธุ์ไม้ต่างๆ และธรรมชาติโดยรอบ ซึ่งมีทัวร์ทั้งหมด 2 แบบด้วยกันคือ Japanese serow tour ซึ่งจะนำท่านเข้าชมบรรดาน้ำตกน้อยใหญ่ และ Veitch’s silver fir tour จะเป็นทัวร์พาชมหนองน้ำต่างๆ เสียงน้ำตกที่แผดเสียงท่ามกลางผืนป่า ขณะที่หนองน้ำไหลเอื่อยเงียบสงบเยือกเย็นที่เกิดมาจากหิมะละลายจากเขาโนริคุระ สะท้อนเงาของท้องฟ้าคราม และต้นไม้เขียวชอุ่ม ทำให้ผู้พบเห็นเคลิบเคลิ้มราวกับต้องมนตร์

 

 

30 สวนดอกคอสมอสแห่งโฮโนคิ-ไดระ
เมื่อพ้นจากฤดูกาลอันหนาวเหน็บบริเวณลานสกีบนพื้นที่รีสอร์ตฤดูหนาวโฮโนคิ-ไดระแห่งนี้ จะถูกครอบคลุมไปด้วยทุ่งดอกคอสมอสผืนใหญ่เนื้อที่กว่า 25 ไร่ มีดอกคอสมอสกว่า 8 ล้านดอกแข่งกันเบ่งบาน ในช่วงเทศกาลดอกคอสมอสเป็นช่วงที่เหมาะกับการมาเที่ยวกับครอบครัว สนุกไปกับเกมการแข่งขันต่างๆ ชมการแสดงบนท้องถนน เดินตลาด ลิ้มลองรสเนื้อวัวฮิดะเสียบไม้ย่าง และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมาย ช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงกลางเดือนกันยายนเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดแก่การมาเยี่ยมชม

 

 

31 น้ำตกสี่สิบแปดชั้นอุทสึเอะ
น้ำตกใสบริสุทธิ์ไหลบ่าลงสู่เบื้องล่าง น้ำแตกกระเซ็นราวกับฉากสีขาว ที่อยู่ท่ามกลางผืนป่าอันสมบูรณ์ น้ำตกน้อยใหญ่มากมายไหล รวมกันมาเป็นน้ำตกสี่สิบแปดชั้นแห่งอุทสึเอะ ที่ความสูง 800 – 900 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ช่วยให้ความสดชื่นทั้งกายและจิตใจแก่ผู้มาเยือน คุณสามารถเข้าร่วมกลุ่มทัวร์เพื่อชมความงามของน้ำตกน้อยใหญ่นี้ได้ โดยขึ้นไปตามทางเดินขึ้นเขา จุดชมวิวที่อยู่ระหว่างทางจะเผยให้คุณได้ชื่นชมความงามของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นตอนเหนือได้อย่างเต็มที่

 

 

32 วัดอังโคะคุจิ
วัดแห่งนี้ถูกค้นพบเมื่อช่วงต้นศตวรรษที่ 14 เป็นวัดที่มีชื่อเสียงของสำนักเมียวชินจิ แห่งนิกายรินไซ ซึ่งมีจุดประสงค์หลักเพื่อบูชาพระศากยมุนีทัธคัตกตา (องค์อวตารแห่งความเป็นจริง) หอพระไตรปิฎกของวัดนี้เป็นเพียงสิ่งเดียวของเมืองฮิดะที่ถูกยกให้เป็นสมบัติของประเทศ และชั้นหนังสือรูปทรงแปดเหลี่ยมที่อยู่ภายใน ถือว่าเป็นชั้นหนังสือทรงแปดเหลี่ยมที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น

 

 

33 น้ำตกโอคุระ
น้ำตกโอคุระได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานธรรมชาติประจำจังหวัด ตลอดเส้นทางเดินขึ้นเขานั้น คุณจะได้พบกับน้ำตกขนาดย่อมๆกว่า 100 สาย ที่ร้านอาหารที่ตั้งอยู่ทางตีนเขานั้น คุณสามารถลิ้มลองโซบะ ที่ปลูกขึ้นในพื้นที่ท้องถิ่นได้ อีกทั้งคุณยังสามารถเช่าบ้านพักของที่นี่ได้ตลอดทั้งปีอีกด้วย

 

 

34 สวนดอกลาเวนเดอร์ ฮิดะ คิโยมิ
สวนแห่งนี้ให้ความรู้สึกถึงสัมผัสแห่งการเริ่มต้นของฤดูร้อน เมื่อลาเวนเดอร์สีม่วงดอกงามเบ่งบานเต็มที่ ทั่วทั้งบริเวณจะอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆให้ความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย ในสวนกว้างขนาด 7,500 ตารางเมตรนี้จะถูกเติมเต็มไปด้วยลาเวนเดอร์กว่า 7,500 พุ่ม ช่วงเวลาที่ดีที่สุดแก่การมาเยี่ยมเยือนคือ ช่วงระหว่างปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม

 

 

35 ต้นซากุระโชคาวะ
แม้ว่าซากุระต้นนี้จะมีอายุกว่า 450 ปีแล้วก็ตาม แต่มันก็ยังตั้งตระหง่านอย่างมั่นคง ใกล้กับจุดชมวิวบนทางหลวงหมายเลข 156 ติดกับเขื่อนมิโบโระ กล่าวกันว่าต้นซากุระนี้ได้ถูกย้ายมาปลูกไว้ ณ ที่แห่งนี้ เนื่องมาจากการก่อสร้างเขื่อน ดอกซากุระจะเริ่มผลิบานอย่างเต็มที่ในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะมันจะผลิบานราวกับโหยหาถึงบ้านเดิมของมัน

 

 

36 ต้นซากุระกะริว
ได้รับการยกย่องให้เป็นอนุสรณ์ทางธรรมชาติแห่งชาติ ต้นซากุระกะริวซึ่งมีความหมายตามตัวอักษรคือ ต้นซากุระมังกรหลับไหล เนื่องจากมีรูปร่างราวกับมังกรที่กำลังนอนหลับอยู่บนพื้นดิน ด้วยอายุที่มากกว่า 1,100 ปี สูงกว่า 20 เมตร และกิ่งก้านสาขาที่ยาวกว่า 30 เมตร เป็นตัวอย่างที่น่าทึ่งของต้นซากุระพันธุ์ Edohigan (ชื่อทางพฤษศาสตร์: Prunus pendula form. Ascendens) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่น

 

 

37 ซากปรักหักพังแห่งโดโนโซระ (ซากปรักหักพังแห่งยุคโจมง)
ซากปรักหักพังที่เกิดขึ้นในช่วงต้น และกลางของยุคโจมง (ประมาณ 800 ปีก่อน) ได้รับการบูรณะซ่อมแซม และเปิดให้สาธารณชนเข้าชม ใกล้กันนั้นเป็นศูนย์ข้อมูลประวัติศาสตร์และประเพณีพื้นบ้าน ซึ่งจัดแสดงผลการสำรวจ และวัตถุโบราณต่างๆที่ขุดพบจากโบราณสถานแห่งนี้

 

 

38 สวนดอกทานตะวันแห่งอาร์โคเปีย
เมื่อฤดูร้อนมาเยือนทางลาดไหล่เขาที่เคยเป็นสนามสกีอาร์โคเปียก็จะกลายเป็นทุ่งดอกทานตะวันที่มีดอกเบ่งบานแข่งกันรับแสงตะวันกว่า 200,000 ดอก นอกจากนี้ยังมีการจัดงานต่างๆไม่ว่าจะเป็นตลาดนัด การวาดรูปสเก็ตช์ การประกวดถ่ายภาพสวนดอกทานตะวัน ช่วงเวลาเหมาะแก่การไปเที่ยวชมคือช่วงต้นถึงกลางเดือนสิงหาคม

 

 

39 ป่าน้ำแข็ง
เมื่อฤดูหนาวมาถึงเจ้าของโรงแรมสไตล์ญี่ปุ่นชื่อ อะคิงะมิ องเซ็น เรียวคัน จะทำการฉีดพ่นน้ำพุเย็นจัดใส่ต้นไม้บนภูเขาซึ่งมีพื้นที่ราว 25 ไร่ ในช่วงกลางวันต้นไม้จะส่องแสงประกายสีฟ้า หากแต่ในยามค่ำคืนจะถูกประดับตกแต่งไปด้วยแสงไฟ 7 เฉดสี ซึ่งเป็นงานศิลปะอีกชิ้นหนึ่งที่จะสรรค์สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้มาเยี่ยมชม

 

 

40 เส้นทางโนมุงิ
เส้นทางที่สูงกว่า 1,672 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ตั้งอยู่บนเส้นเขตแดนเก่าของจังหวัดระหว่างเมืองฮิดะ และชินชู ทางหลวงในสมัยเอโดะที่ตัดผ่านเส้นทางนี้ได้กลายเป็นเส้นทางที่สำคัญเชื่อมต่อเมืองฮิดะ, ชินชู และเอโดะ จึงมีชื่อเรียกว่า ทางหลวงคามาคุระ หรือทางหลวงเอโดะ ถนนนี้ยังเป็นทางขนส่งปลาทูน่าหางเหลืองจากจังหวัดโทยามะ ไปชินชู จึงเป็นที่รู้จักในอีกชื่อหนึ่งคือ ทางหลวงปลาหางเหลือง ในยุคเมจิ และไทโช หญิงสาวจากเมืองฮิดะจะข้ามเส้นทางนี้เพื่อไปทำงานในโรงงานปั่นไหมในจังหวัดนางาโนะ ซึ่งภายหลังได้มีการนำเรื่องราวมาเติมแต่งเป็นนิยาย จนถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ เส้นทางโนมุงินี้จึงเป็นที่รู้จักทั่วประเทศในชื่อของ “เส้นทางประวัติศาสตร์แห่งน้ำตาของลูกจ้างหญิงสาว”